Post

อนุมูลอิสระตัวร้ายทำลายสมอง ต้นเหตุภาวะอัลไซเมอร์

จากสถิติในปี 2015 พบว่ามีผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในประเทศไทยประมาณ 600,000 คน คำนวณค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยที่ต้องใช้ดูแลผู้ป่วย 1 คน ได้เป็นเงินมากถึง 88,750 บาท ต่อปี ซึ่งจำนวนผู้ป่วยยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และได้มีการประเมินว่าในปี 2030 มีโอกาสที่ยอดผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,117,000 คน


อาการของผู้ป่วยอัลไซเมอร์

  • ระยะแรก ความจำเริ่มถดถอยจนรู้สึกได้ ชอบถามและพูดซ้ำๆ เรื่องเดิม สับสนทิศทาง เครียดง่าย หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า แต่ยังสื่อสารและทำกิจวัตรประจำวันได้
  • ระยะกลาง อาการจะชัดเจนขึ้น ความจำแย่ลงกว่าเดิม พฤติกรรมเปลี่ยนจากเดิมมาก เช่น เคยเป็นคนใจเย็นก็กลายเป็นคนฉุนเฉียว พูดจาหยาบคาย หรือจากที่เป็นคนอารมณ์ร้อนก็กลายเป็นเงียบขรึม เมื่อเวลาผ่านไปผู้ป่วยจะเริ่มมีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน เริ่มมีความคิดที่ไม่ถูกต้อง ไม่อยู่ในโลกของความจริง เช่น คิดว่าจะมีคนมาฆ่า มาขโมยของ คิดว่าคู่สมรสนอกใจ 
  • ระยะท้าย อาการแย่ลงมาก ตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างน้อยลง รับประทานได้น้อยลง การเคลื่อนไหวน้อยลงหรือไม่เคลื่อนไหวเลย ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สมองเสื่อมเป็นวงกว้าง ไม่พูดจา ภูมิคุ้มกันอ่อนแอซึ่งมักนำไปสู่การติดเชื้อและเสียชีวิตในที่สุด 


ปัจจัยที่ทำให้ป่วยเป็นอัลไซเมอร์

  • อายุมีส่วนทำให้เกิดการพัฒนาของโรค โดยสมองจะเริ่มมีความสามารถในการปกป้องตัวเองลดลงเมื่อมีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป และเมื่อเข้าสู่วัย 60 โอกาสเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่จะเกิดโรคนี้ได้ เพราะ 1 ใน 20 ของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ เป็นผู้ป่วยที่เป็นโรคชนิดเกิดเร็ว และมีอายุโดยเฉลี่ยที่ 40 ปี เท่านั้น
  • พันธุกรรมเป็นอีกสาเหตุที่เพิ่มความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ แม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่หากพบว่ามีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคนี้หลายคน ควรรีบปรึกษาแพทย์ถึงความเสี่ยงต่อโรคเมื่ออายุมากขึ้น
  • กลุ่มอาการดาวน์ ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมซึ่งสามารถทำให้เกิดการสะสมของอะไมลอยด์ขึ้นในสมองจนนำไปสู่โรคอัลไซเมอร์ได้
  • สารอนุมูลอิสระที่เกิดจากพฤติกรรมเคยชินที่ทำร้ายสมอง ได้แก่ ใช้สารเสพติดเป็นประจำ มีความเครียดสะสม ทำงานไม่เป็นเวลา พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานอยู่กับสารเคมีกลุ่มยาฆ่าวัชพืช ซึ่งก็มีผลการศึกษาทางวิชาการออกมาว่า พฤติกรรมเหล่านี้เป็นสาเหตุของการเกิดสารอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายเซลล์ประสาทอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดความผิดปกติในการทำงานของสมองตามมา

วิธีป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อม

  1. หลีกเลี่ยงสารที่จะทำให้เกิดอันตรายแก่สมอง เช่น การดื่มเหล้าจัด การรับประทานยาโดยไม่จำเป็น
  2. ฝึกให้สมองได้คิดบ่อย ๆ เช่น อ่านหนังสือ คิดเลข เล่นเกมส์ที่ต้องใช้ความคิด
  3. ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3 - 5 ครั้ง
  4. หลีกเลี่ยงความเครียด หากิจกรรมที่ชอบทำเพื่อคลายความเครียด
  5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เน้นทานผัก ผลไม้ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ควบคู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีสารสกัดสำคัญช่วยต่อต่านอนุมูลอิสระและช่วยบำรุงสมอง เช่น สารสกัดจากโสม ใบบัวบก วิตามินอี โคเอ็นไซม์คิวเท็น กรดอัลฟาไลโปอิก และซิลิเนียม