Post

คุณประโยชน์ของวิตามินอี ที่ช่วยในเรื่องการดูแลสมอง

ประโยชน์ที่โดดเด่นของวิตามินอี

ช่วยนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพความทนทาน
ทำงานร่วมกับวิตามินเอในการปกป้องปอดจากมลพิษทางอากาศ
ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้หลายชนิด
ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม
เพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้กับโรคให้เม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์
ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก
ช่วยในการป้องกันภาวะแท้ง
บรรเทาอาการตะคริวหรือขาตึง
ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย
ช่วยลดความดันโลหิต ป้องกันและสลายลิ่มเลือด
ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต
ลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคอัลไซเมอร์ได้

วิตามินอีกับหน้าที่ในการปกป้องสมองจากสารอนุมูลอิสระ

เราเคยพูดถึงผลเสียจากการมีอนุมูลอิสระ (Free Radical) เป็นจำนวนมากในร่างกายกันไปบ้างแล้วในบทความที่ผ่านมา อนุมูลอิสระเกิดขึ้นจากกระบวนเมทาบอลิซึมที่ร่างกายเผาผลาญอาหารที่เรารับประทาน แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานออกมา ซึ่งในขณะเดียวกันก็ได้อนุมูลอิสระออกมาด้วย แต่หากร่างกายมีอนุมูลอิสระมากเกินไป อนุมูลอิสระเหล่านี้ก็จะเข้าไปทำลายเซลล์ในร่างกายให้เกิดความเสียหายได้ในทุกที่ที่มันเคลื่อนไปรวมทั้งเซลล์ประสาทและสมอง

ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ คือ การรับประทานอาหารแคลอรี่สูง การปรุงอาหารที่ใช้ความร้อนสูงประเภททอด ปิ้ง ย่าง การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูดดมควันพิษ ยาฆ่าแมลงที่ปนเปื้อนในอาหาร แสงแดด รวมทั้งการมีความเครียดสูง โดยธรรมชาติร่างกายเราจะมีการผลิตสารต้านอนุมูลอิสระหรือแอนตี้ออกซิเดนท์ (antioxidants) ทำหน้าที่คอยต่อสู้กับอนุมูลอิสระ แต่เมื่ออายุมากขึ้นสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติที่ร่างกายเราสร้างเองได้จะลดน้อยลง จึงมีแนวโน้มที่จะมีอนุมูลอิสระสะสมในร่างกายมากขึ้น

การทานวิตามินอี ซึ่งเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระตัวสำคัญร่วมกับสารอาหารตัวอื่นๆ เช่น วิตามินซี ซีลีเนียม โคเอ็นไซม์ คิวเท็น จึงช่วยยับยั้งการเสื่อมของเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท และช่วยป้องกันไม่ให้เยื่อสมองถูกสารอนุมูลอิสระเข้ามาทำร้าย ลดโอกาสในการเกิดอาการสมองล้า ภาวะสมองเสื่อมที่นำไปสู่โรคอัลไซเมอร์ได้

ทั้งนี้ยังมีข้อมูลสนับสนุนจากวารสารแพทย์สมาคมอเมริกัน ที่เผยแพร่ผลการศึกษาผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจำนวน 613 ราย ที่ให้ทานวิตามินอีทุกวัน แล้วได้ผลออกมาว่าอาการของโรคทรุดช้าลงได้ถึงร้อยละ 19 และยังช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยทั้งที่อยู่ในขั้นเริ่มต้นจนถึงขั้นปานกลางได้ โดยที่ผู้ป่วยซึ่งรับประทานวิตามินอีเป็นประจำนั้น สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ดีขึ้น ตั้งแต่การทำงานบ้าน การเตรียมงาน และแม้กระทั่งเดินทางได้เองนานขึ้น

เราจะเติมวิตามินอีให้ร่างกายได้อย่างไรบ้าง

เราสามารถเติมวิตามินอีให้ร่างกายได้ทุกวัน จากอาหารที่เรารับประทาน ไม่ว่าจะเป็น ไข่ จมูกข้าวสาลี ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลชนิดโฮลเกรน ถั่วเหลือง น้ำมันพืช น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพดถั่ว เมล็ดทานตะวัน เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว ผักใบเขียว ผักขม อะโวคาโด ปวยเล้ง และนอกจากนี้ยังสามารถรับประทานอาหารเสริมรูปแบบเม็ดหรือแคปซูลที่มีส่วนผสมของวิตามินอีควบคู่ไปด้วยได้ สำหรับคนที่ต้องการบำรุงและดูแลสมองเป็นพิเศษนั้นการทานอาหารเสริมที่มีทั้งวิตามินอีและสารอาหารอื่นๆ ที่ทำงานควบคู่กันในการดูแลสมองเป็นอีกเคล็ดลับที่แนะนำอย่างยิ่ง