5 ปัจจัยทำร้ายสุขภาพสมองที่ควรระวัง

มีปัญหาที่ระบบลำไส้

รู้หรือไม่ว่าลำไส้นั้นเปรียบได้กับสมองที่สองของร่างกาย ที่สามารถส่งอิทธิพลต่อการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรงได้ เพราะเป็นส่วนที่มีเซลล์ภูมิคุ้มอาศัยอยู่มากถึง 70% รวมทั้งยังผลิตสารสื่อประสาทชื่อเซโรโทนินออกมาได้ถึง 80% โดยสารสื่อประสาทตัวนี้มีส่วนสำคัญในการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของเรา จากการศึกษาพบว่าปริมาณของสารเซโรโทนินสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและการทำงานของสมองได้ การมีระดับสารเซโรโทนินที่ต่ำกว่าปกตินั้นมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคซึมเศร้าจริง ดังนั้นหากสุขภาพลำไส้ของเราแย่ระบบภูมิคุ้มกันโรคและสุภาพจิตของเราก็จะแย่ตาม

ได้รับสารอาหารจำเป็นไม่เพียงพอ


บ่อยครั้งที่เราเลือกหรือแม้กระทั่งลืมรับประทานอาหารที่มีสารอาหารสำคัญ จนทำให้เราได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายและสมอง สารอาหารที่จำเป็นต่อสมอง ยกตัวอย่างเช่น วิตามินอี ที่พบได้ในผลไม้และผักสีเข้ม ทำหน้าที่ช่วยปกป้องเยื่อสมองจากอนุมูลอิสระ วิตามินบี 12 ในปลาหรือสัตว์ปีก ช่วยบำรุงเนื้อเยื่อประสาท โคเอนไซม์ คิวเท็น ที่พบได้ในปลา ถั่วเปลือกแข็ง น้ำมันพืช ทำหน้าที่ในการปกป้องและให้พลังงานสมอง นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสารอาหารที่สมองของคุณต้องการทำนั้น ซึ่งหากได้รับไม่เพียงพอในแต่ละวันและสะสมไปเรื่อยๆ สมองของคุณที่ถูกทำร้ายจากการทำงานหนักก็ยิ่งมีโอกาสอ่อนแอลงได้ง่าย

 
สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

ในบุหรี่จะมีสารนิโคตินและสารพิษอื่นๆ ที่ทำให้หลอดเลือดแดงตีบตัน ส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ รวมทั้งสมอง นอกจากนี้ยังอาจทำให้เซลล์สมองฝ่อและเสื่อมได้ง่ายกว่าปกติ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็สามารถส่งผลเสียต่อสมองโดยการทำให้สมองส่วนฮิปโปแคมปัส (hippocampus) ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำนั้นหดตัวลง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะความจำเสื่อม หากปล่อยไว้ในระยะยาวก็จะนำไปสู่การป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมในที่สุด
นอนหลับไม่เพียงพอ

จากการศึกษาพบว่าการอดนอนต่อเนื่องกันเป็นเวลานานสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของสมองที่ลดลงได้ เพราะในช่วงที่เรานอนหลับจะเป็นช่วงที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ดังนั้น ยิ่งเรานอนน้อย สมองก็ยิ่งมีเวลาในการซ่อมแซมตัวเองที่น้อยลง ทำให้เกิดทั้งผลกระทบแบบไม่รุนแรงคือการเกิดอาการเบลอ มึนงง และผลกระทบที่หนักขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องกับความสามารถในการจำทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพราะในระหว่างที่เรานอนหลับจะเป็นช่วงเวลาที่สมองจะซึมซับเหตุการณ์ และดึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวันมาประมวลซ้ำๆ เปรียบเหมือนการลงบันทึกในสมอง ทำให้เกิดเป็นความจำระยะสั้นที่จะถูกพัฒนาเป็นความจำระยะยาวในเวลาต่อมา ดังนั้นยิ่งเรานอนน้อยก็ยิ่งเสียโอกาสในการกู้ความจำกลับมา

มีสารอนุมูลอิสระมากเกินไป

โดยปกติร่างกายจะมีการผลิตสารอนุมูลอิสระออกมาอยู่แล้วในกระบวนการเผาผลาญเพื่อสร้างพลังงานให้ร่างกาย ซึ่งสารอนุมูลอิสระจะถูกนำไปใช้ในการสร้างพลังงานครั้งต่อไปนั่นเอง แต่ด้วยการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ต้องเจอทั้งความเครียดสูง พักผ่อนน้อย การรับมลพิษเข้าสู่ร่างกายในทุกวัน เป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกายที่เข้าไปทำร้ายเซลล์ประสาทและสมองได้มากขึ้น สมองจึงอ่อนแอและทำงานได้แย่ลง ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคิดประมวลผล การเรียนรู้จดจำ นำไปสู่โอกาสเสี่ยงในการเกิดภาวะความจำเสื่อมและพัฒนาเป็นโรคสมองเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น

 
ดังนั้นถ้าคุณอยากดูแลสุขภาพสมองให้ดีอยู่เสมอคุณจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ส่งผลเสียทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด พักผ่อนให้เพียงพอ รู้จักผ่อนคลายความเครียด และโดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ได้ทุกวันเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ช่วยปกป้องและบำรุงสมองอย่างครบถ้วน